
0.75 คือ ราคาครึ่งควบลูกที่ต้องอ่านจำนวนประตูให้ขาด เพราะชนะหนึ่งลูกกับสองลูกได้ไม่เท่ากัน
0.75 คือ ราคาบอลครึ่งควบลูก หรือที่หลายคนเรียกว่า ครึ่งควบหนึ่ง เป็นราคาที่อยู่ระหว่างครึ่งลูกกับหนึ่งลูกเต็ม จุดสำคัญของราคานี้ไม่ได้ดูแค่ว่าทีมต่อชนะหรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่าชนะกี่ลูก เพราะถ้าทีมต่อชนะ 1 ลูก จะได้เพียงครึ่งเดียว แต่ถ้าชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เต็มตามค่าน้ำ ราคานี้ต่างจาก 0.5 แบบชัดเจน เพราะราคา 0.5 ฝั่งต่อชนะ 1 ลูกได้เต็มทันที แต่ราคา 0.75 ฝั่งต่อชนะ 1 ลูกได้แค่ครึ่งเดียว จึงเหมาะกับคู่ที่ทีมต่อดูเหนือกว่า แต่ยังต้องลุ้นว่าจะชนะเฉือนหรือชนะขาด ส่วนฝั่งรองจะน่าสนใจเมื่อทีมรองมีโอกาสแพ้ไม่ขาด หรือมีทรงเกมที่พอจะยันเสมอได้ สำหรับสมาชิกที่ต้องการอ่าน ราคาแทงบอล ให้คมก่อนเลือกคู่ ราคา 0.75 เป็นระดับที่ช่วยฝึกมองผลต่างประตูได้ดีมาก เพราะไม่ได้ตัดสินแค่แพ้ ชนะ หรือเสมอ แต่ต้องดูระยะห่างของสกอร์ร่วมด้วย เมื่อเข้าใจราคาครึ่งควบลูกแล้ว การอ่านราคาควบอื่นๆ จะเป็นระบบขึ้น และช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบกว่าเดิม
0.75 คือ ราคากึ่งกลางระหว่างครึ่งลูกกับหนึ่งลูก อ่านง่ายขึ้นเมื่อรู้หลักแบ่งครึ่ง
0.75 คือ ราคาที่แบ่งเงื่อนไขออกเป็น 2 ส่วน คือครึ่งหนึ่งอยู่ที่ราคา 0.5 และอีกครึ่งอยู่ที่ราคา 1 ลูก จึงทำให้เกิดผลได้ครึ่งหรือเสียครึ่งในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีทีมต่อชนะ 1 ลูก หรือทีมรองแพ้ 1 ลูก
จำง่ายแบบสั้นๆ
- ต่อ 0.75 ชนะ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
- ต่อ 0.75 ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
- ต่อ 0.75 เสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม
- รอง 0.75 ชนะหรือเสมอ = ได้เต็ม
- รอง 0.75 แพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง
- รอง 0.75 แพ้ 2 ลูกขึ้นไป = เสียเต็ม
หัวใจของราคานี้คือจำนวนประตู หากดูแค่ทีมต่อชนะแล้วคิดว่าได้เต็มเสมอ จะเข้าใจผิดทันที เพราะราคา 0.75 ต้องการให้ทีมต่อชนะขาด 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เต็ม
ราคาครึ่งควบลูกทำงานยังไง ทำไมชนะหนึ่งลูกได้ครึ่งแต่ชนะสองลูกได้เต็ม
ราคาครึ่งควบลูกทำงานเหมือนการแบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกอยู่ที่ราคา 0.5 และอีกส่วนอยู่ที่ราคา 1 ลูก หากทีมต่อชนะ 1 ลูก ส่วนที่เป็นราคา 0.5 จะชนะ แต่ส่วนที่เป็นราคา 1 จะเสมอราคา จึงกลายเป็นได้ครึ่ง หากทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป ทั้งส่วนราคา 0.5 และราคา 1 จะชนะพร้อมกัน จึงได้เต็มตามค่าน้ำ แต่ถ้าทีมต่อเสมอหรือแพ้ ทั้งสองส่วนไม่เข้าเงื่อนไข รายการจึงเสียเต็ม มองกลับกันในฝั่งรอง หากทีมรองแพ้ 1 ลูก ส่วนที่รอง 0.5 จะเสีย แต่ส่วนที่รอง 1 ลูกจะเสมอราคา จึงกลายเป็นเสียครึ่ง หากทีมรองเสมอหรือชนะ จะได้เต็ม เพราะผลจริงไม่แพ้ และแต้มรองช่วยครบทั้งสองส่วน
ก่อนอ่านราคา 0.75 ควรรู้พื้นฐานราคาบอล ค่าน้ำ และฝั่งต่อรองให้ชัด
ก่อนเลือกคู่ในราคา 0.75 สมาชิกควรรู้ก่อนว่าราคานี้เป็นราคาควบ ไม่ใช่ราคาครึ่งลูกธรรมดา และไม่ใช่ราคาหนึ่งลูกเต็ม จุดที่ต้องดูให้ครบคือฝั่งที่เลือก, ผลต่างประตู, ค่าน้ำ และยอดที่ระบบแสดงก่อนยืนยันรายการ
สิ่งที่ควรตรวจให้ครบ
- ราคาเป็น 0.75 หรือ 0.5-1
- เลือกฝั่งต่อหรือฝั่งรอง
- ทีมต่อชนะกี่ลูกหากเลือกต่อ
- ทีมรองแพ้กี่ลูกหากเลือกรอง
- ค่าน้ำฝั่งที่เลือกอยู่ที่เท่าไร
- ยอดจ่ายหรือยอดได้เสียแสดงตรงกับที่เข้าใจหรือไม่
ราคา 0.75 จะอ่านง่ายขึ้นเมื่อเริ่มจากคำถามเดียวก่อนเสมอว่า ฝั่งที่เลือกต้องการผลต่างประตูกี่ลูก เพราะราคานี้ไม่ได้วัดแค่ทีมที่เลือกชนะหรือไม่แพ้ แต่ยังวัดด้วยว่าสกอร์ห่างแค่ไหน
ฝั่งต่อ 0.75 ต้องลุ้นมากกว่าชนะ เพราะจำนวนประตูมีผลกับยอดได้เสีย
ฝั่งต่อ 0.75 เหมาะกับสมาชิกที่ต้องการอ่านราคาให้ละเอียดก่อน แทงบอลออนไลน์ เพราะราคานี้ไม่ได้ดูแค่ว่าทีมต่อชนะหรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่าชนะกี่ลูก หากชนะเพียง 1 ลูกจะได้ครึ่ง แต่ถ้าชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เต็มตามค่าน้ำ ดังนั้นการเลือกฝั่งต่อในราคาครึ่งควบลูกต้องมองทั้งโอกาสชนะและโอกาสชนะขาดไปพร้อมกัน ทีมต่อที่เหมาะกับราคา 0.75 ควรมีเกมรุกชัด สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง และมีแนวโน้มกดคู่แข่งได้มากพอ ไม่ใช่แค่ทีมที่ชื่อชั้นดีกว่า เพราะถ้าชนะเฉือนเพียงลูกเดียว รายการจะได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น สมาชิกจึงควรดูสไตล์การเล่น ผลงานล่าสุด และความพร้อมก่อนแข่งให้ครบก่อนเลือกฝั่งต่อ
ทีมต่อชนะหนึ่งลูกได้ครึ่ง เพราะเข้าเงื่อนไขครึ่งลูกแต่ยังไม่ถึงหนึ่งลูกเต็ม
ถ้าเลือกทีมต่อ 0.75 แล้วทีมต่อชนะ 1 ลูก เช่น 1-0 หรือ 2-1 รายการจะได้ครึ่ง เพราะส่วนที่เป็นราคา 0.5 ชนะ แต่ส่วนที่เป็นราคา 1 ลูกเป็นเพียงเสมอราคา
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม A ต่อ 0.75
- ทีม A ชนะ 1-0
- ส่วนราคา 0.5 = ชนะ
- ส่วนราคา 1 = คืนทุน
- สถานะรวม = ได้ครึ่ง
กรณีนี้เป็นจุดที่ทำให้ราคา 0.75 ต่างจากราคา 0.5 เพราะชนะหนึ่งลูกไม่ได้เต็มทั้งหมด แต่ยังมีผลบวกครึ่งหนึ่งตามเงื่อนไข
ทีมต่อชนะสองลูกขึ้นไปได้เต็ม เพราะผ่านทั้งเงื่อนไขครึ่งลูกและหนึ่งลูก
ถ้าเลือกทีมต่อ 0.75 แล้วทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป เช่น 2-0, 3-1 หรือ 4-2 รายการจะได้เต็ม เพราะทีมต่อชนะขาดมากพอให้ผ่านทั้งส่วนราคา 0.5 และราคา 1 ลูก
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม A ต่อ 0.75
- ทีม A ชนะ 2-0
- ส่วนราคา 0.5 = ชนะ
- ส่วนราคา 1 = ชนะ
- สถานะรวม = ได้เต็ม
ฝั่งต่อ 0.75 จึงเหมาะกับเกมที่มองว่าทีมต่อมีโอกาสชนะมากกว่าแค่เฉือน หากทีมต่อมีเกมรุกชัดและคู่แข่งมีแนวรับหลวม ราคานี้จะอ่านได้คมขึ้น
ทีมต่อเสมอหรือแพ้เสียเต็ม เพราะไม่เข้าเงื่อนไขราคาต่อทั้งสองส่วน
ถ้าเลือกทีมต่อ 0.75 แล้วเกมเสมอหรือทีมต่อแพ้ รายการจะเสียเต็ม เพราะทีมต่อไม่สามารถชนะได้เลย ทั้งส่วนราคา 0.5 และราคา 1 ลูกจึงไม่เข้าเงื่อนไข
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม A ต่อ 0.75
- ผลจบ 1-1 หรือทีม A แพ้ 0-1
- ส่วนราคา 0.5 = แพ้
- ส่วนราคา 1 = แพ้
- สถานะรวม = เสียเต็ม
ฝั่งต่อราคานี้จึงต้องใช้กับคู่ที่ทีมต่อมีโอกาสชนะจริง ไม่ใช่แค่ดูชื่อทีมเหนือกว่า เพราะถ้าเกมออกเสมอ รายการจะเสียเต็มทันที
ฝั่งรอง 0.75 ได้เปรียบเมื่อแพ้ไม่ขาด และยิ่งดีเมื่อเสมอหรือชนะ
ฝั่งรอง 0.75 น่าสนใจในเกมที่ทีมรองอาจเป็นรองจริง แต่มีโอกาสแพ้ไม่ขาด หากแพ้เพียง 1 ลูก จะเสียครึ่งเท่านั้น และถ้าเสมอหรือชนะ จะได้เต็มตามค่าน้ำ ราคานี้จึงเหมาะกับทีมรองที่เกมรับมีวินัย หรือเจอทีมต่อที่มักชนะเฉือนมากกว่าชนะขาด
ทีมรองชนะสวนราคาได้เต็ม เพราะผลจริงเหนือกว่าทีมต่อแบบชัดเจน
ถ้าเลือกทีมรอง 0.75 แล้วทีมรองชนะ รายการจะได้เต็มทันที เพราะผลจริงชนะอยู่แล้ว และยังได้รับแต้มรองเพิ่มในเชิงราคาอีกด้วย
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม B รอง 0.75
- ทีม B ชนะ 1-0
- ผลจริง = ทีมรองชนะ
- สถานะรวม = ได้เต็ม
กรณีนี้เป็นผลดีที่สุดของฝั่งรอง เพราะไม่ได้แค่รอดราคา แต่ชนะจริงในสนาม
ทีมรองเสมอได้เต็ม เพราะไม่แพ้และได้แต้มรองช่วยทั้งสองส่วน
ถ้าเลือกทีมรอง 0.75 แล้วเกมจบเสมอ รายการจะได้เต็ม เพราะทีมรองไม่แพ้ และเมื่อรวมแต้มรองจากทั้งส่วน 0.5 และ 1 ลูกแล้ว ถือว่าชนะราคาเต็ม
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม B รอง 0.75
- ผลจบ 1-1
- ส่วนรอง 0.5 = ชนะ
- ส่วนรอง 1 = ชนะ
- สถานะรวม = ได้เต็ม
นี่คือเหตุผลที่ฝั่งรอง 0.75 น่าสนใจในคู่ที่มีโอกาสออกเสมอ หรือทีมรองมีทรงสู้ได้มากกว่าที่ตลาดให้ราคาไว้
ทีมรองแพ้หนึ่งลูกเสียครึ่ง เพราะยังรอดจากส่วนที่รองหนึ่งลูก
ถ้าเลือกทีมรอง 0.75 แล้วทีมรองแพ้ 1 ลูก เช่น 0-1 หรือ 1-2 รายการจะเสียครึ่ง เพราะส่วนที่รอง 0.5 เสีย แต่ส่วนที่รอง 1 ลูกคืนทุนจากการแพ้พอดีหนึ่งลูก
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม B รอง 0.75
- ทีม B แพ้ 0-1
- ส่วนรอง 0.5 = เสีย
- ส่วนรอง 1 = คืนทุน
- สถานะรวม = เสียครึ่ง
นี่คือข้อได้เปรียบของฝั่งรอง 0.75 เมื่อเทียบกับการรอง 0.5 เพราะถ้าแพ้หนึ่งลูก ราคา 0.5 จะเสียเต็ม แต่ 0.75 เสียเพียงครึ่งเดียว
ทีมรองแพ้สองลูกขึ้นไปเสียเต็ม เพราะแต้มรองไม่พอช่วยให้รอดราคา
ถ้าเลือกทีมรอง 0.75 แล้วทีมรองแพ้ 2 ลูกขึ้นไป รายการจะเสียเต็ม เพราะทั้งส่วนรอง 0.5 และรอง 1 ลูกไม่พอช่วยให้รอดราคา
ตัวอย่างภาพจำ
- เลือกทีม B รอง 0.75
- ทีม B แพ้ 0-2
- ส่วนรอง 0.5 = เสีย
- ส่วนรอง 1 = เสีย
- สถานะรวม = เสียเต็ม
ฝั่งรองราคานี้จึงยังต้องดูคุณภาพเกมรับและโอกาสเสียประตูให้ดี หากทีมรองมีแนวโน้มโดนกดหนักหรือเสียประตูง่าย ความเสี่ยงยังสูงอยู่
ตัวอย่าง 0.75 คือ จากยอด 100 บาท อ่านผลครึ่งควบลูกให้เห็นภาพ
ตัวอย่างนี้ใช้ยอด 100 บาทเพื่อให้เห็นภาพง่าย โดยยอดกำไรจริงจะขึ้นอยู่กับค่าน้ำที่แสดงในรายการตอนยืนยัน ราคา 0.75 มีจุดสำคัญคือเงินถูกมองเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 50 บาทในเชิงเงื่อนไข
เลือกทีมต่อ 0.75 แล้วชนะ 1 ลูก ยอดได้เสียคิดเป็นได้ครึ่ง
สมมติเลือกทีม A ต่อ 0.75 ยอด 100 บาท แล้วทีม A ชนะ 1-0 รายการนี้ได้ครึ่ง
ภาพรวมการคิด
- ยอดที่เลือก = 100 บาท
- แบ่งเงื่อนไขเป็น 50 บาทที่ราคา 0.5
- อีก 50 บาทที่ราคา 1 ลูก
- ทีมต่อชนะ 1 ลูก
- ส่วน 0.5 ได้
- ส่วน 1 ลูกคืนทุน
- ผลรวม = ได้ครึ่ง
กรณีนี้ทีมต่อชนะจริง แต่ยังชนะไม่ขาดพอสำหรับราคา 0.75 จึงได้กำไรเฉพาะครึ่งหนึ่งของยอดที่เลือกตามค่าน้ำ
เลือกทีมต่อ 0.75 แล้วชนะ 2 ลูก ยอดได้เสียคิดเป็นได้เต็ม
สมมติเลือกทีม A ต่อ 0.75 ยอด 100 บาท แล้วทีม A ชนะ 2-0 รายการนี้ได้เต็ม
ภาพรวมการคิด
- ยอดที่เลือก = 100 บาท
- ทีมต่อชนะ 2 ลูก
- ส่วน 0.5 ได้
- ส่วน 1 ลูกได้
- ผลรวม = ได้เต็ม
นี่คือผลที่ฝั่งต่อ 0.75 ต้องการมากที่สุด เพราะทีมต่อชนะขาดพอให้ผ่านทั้งสองส่วนของราคา
เลือกทีมรอง 0.75 แล้วแพ้ 1 ลูก ยอดได้เสียคิดเป็นเสียครึ่ง
สมมติเลือกทีม B รอง 0.75 ยอด 100 บาท แล้วทีม B แพ้ 0-1 รายการนี้เสียครึ่ง
ภาพรวมการคิด
- ยอดที่เลือก = 100 บาท
- แบ่งเงื่อนไขเป็น 50 บาทที่รอง 0.5
- อีก 50 บาทที่รอง 1 ลูก
- ทีมรองแพ้ 1 ลูก
- ส่วนรอง 0.5 เสีย
- ส่วนรอง 1 ลูกคืนทุน
- ผลรวม = เสียครึ่ง
กรณีนี้เป็นจุดที่ฝั่งรอง 0.75 ยังมีเงื่อนไขช่วยลดความเสียหาย หากแพ้เพียงลูกเดียว
เลือกทีมรอง 0.75 แล้วเสมอหรือชนะ ยอดได้เสียคิดเป็นได้เต็ม
สมมติเลือกทีม B รอง 0.75 ยอด 100 บาท แล้วทีม B เสมอ 1-1 หรือชนะ 1-0 รายการนี้ได้เต็ม
ภาพรวมการคิด
- ยอดที่เลือก = 100 บาท
- ทีมรองไม่แพ้
- ส่วนรอง 0.5 ได้
- ส่วนรอง 1 ลูกได้
- ผลรวม = ได้เต็ม
ฝั่งรอง 0.75 จึงน่าสนใจมากในเกมที่ทีมรองมีโอกาสไม่แพ้ หรือมีแผนตั้งรับแล้วรอสวนกลับได้ดี
ราคา 0.75 เหมาะกับคู่บอลแบบไหน เมื่อทีมต่อดูเหนือกว่าแต่ยังต้องลุ้นยิงขาด
ราคา 0.75 มักเจอในคู่ที่ทีมต่อดูเหนือกว่าในระดับหนึ่ง แต่ตลาดยังไม่ได้มั่นใจพอจะเปิดเป็นหนึ่งลูกเต็มแบบแข็งๆ ราคานี้จึงอยู่ตรงกลางระหว่างทีมต่อชนะง่ายกับความเสี่ยงที่อาจชนะเพียงลูกเดียว
ทีมต่อเหนือกว่าชัดพอสมควร แต่ยังมีโอกาสชนะแค่เฉือนหนึ่งลูก
หากทีมต่อเหนือกว่าเรื่องขุมกำลัง ฟอร์ม และสภาพทีม แต่สไตล์การเล่นไม่ได้ยิงขาดบ่อย ราคา 0.75 จะสะท้อนความก้ำกึ่งระหว่างชนะเฉือนกับชนะขาด
สิ่งที่ควรดู
- ทีมต่อชนะบ่อยแค่ไหน
- ทีมต่อชนะขาดบ่อยหรือชนะเฉือนเป็นหลัก
- เกมรุกสร้างโอกาสได้มากพอหรือไม่
- คู่แข่งแพ้ยากหรือเสียประตูยากแค่ไหน
ถ้าทีมต่อมีโอกาสชนะแค่หนึ่งลูกสูง ต้องเข้าใจว่าราคา 0.75 จะได้เพียงครึ่งเดียว ไม่ใช่ได้เต็มแบบราคา 0.5
ทีมรองเป็นรองเรื่องคุณภาพเกม แต่มีแนวรับพอไม่ให้แพ้ขาด
ฝั่งรอง 0.75 เหมาะกับทีมที่อาจด้อยกว่า แต่มีเกมรับดี เล่นเป็นระบบ และไม่ค่อยแพ้ขาด หากทีมรองมีโอกาสแพ้แค่ลูกเดียว ความเสียหายจะลดเหลือเสียครึ่ง
สิ่งที่ควรดู
- ทีมรองเสียประตูเฉลี่ยน้อยไหม
- ทีมรองแพ้ขาดบ่อยหรือเปล่า
- ทีมรองมีผู้รักษาประตูหรือแนวรับที่ไว้ใจได้ไหม
- ทีมต่อมีปัญหาการจบสกอร์หรือไม่
หากทีมรองมีทรงไม่แพ้ขาด ราคา 0.75 ฝั่งรองจะอ่านได้น่าสนใจกว่าการรองราคาที่ต่ำกว่า
คู่ที่ตลาดเริ่มขยับจากครึ่งลูกไปหาหนึ่งลูกเพราะแรงฝั่งต่อเพิ่มขึ้น
ราคา 0.75 มักเป็นจังหวะที่ตลาดเริ่มขยับจาก 0.5 ไปหา 1 ลูก เพราะแรงฝั่งต่อเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นหนึ่งลูกเต็มแบบชัดเจน สมาชิกจึงควรดูว่าราคาขยับเพราะข้อมูลจริง หรือเพราะกระแสเลือกฝั่งต่อมากเกินไป
สิ่งที่ควรสังเกต
- ราคาเปิดที่ 0.5 แล้วขยับเป็น 0.75 หรือไม่
- ค่าน้ำฝั่งต่อถูกกดลงมากแค่ไหน
- ข่าวตัวจริงหนุนฝั่งต่อจริงหรือเปล่า
- ทีมรองมีข่าวเสียเปรียบชัดเจนไหม
หากราคาไหลขึ้นเพราะข้อมูลจริง ฝั่งต่ออาจมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ถ้าราคาไหลเพราะกระแสล้วนๆ ฝั่งรอง 0.75 อาจยังมีมุมให้พิจารณา
อ่านค่าน้ำในราคา 0.75 ให้เป็น เพราะได้ครึ่งและเสียครึ่งต้องคิดตามยอดจริง
ค่าน้ำในราคา 0.75 มีผลต่อกำไรเมื่อได้เต็มและได้ครึ่ง รวมถึงยอดเสียเมื่อเสียครึ่งด้วย สมาชิกจึงควรตรวจค่าน้ำก่อนยืนยันรายการทุกครั้ง เพราะราคาเดียวกัน แต่ค่าน้ำต่างกัน อาจทำให้ยอดจริงต่างกันมาก
สิ่งที่ควรดูเกี่ยวกับค่าน้ำ
- ค่าน้ำฝั่งต่อคุ้มกับการต้องลุ้นชนะ 2 ลูกหรือไม่
- ค่าน้ำฝั่งรองคุ้มกับความเสี่ยงแพ้ขาดหรือเปล่า
- ถ้าได้ครึ่ง กำไรจะคิดจากครึ่งหนึ่งของยอดที่เลือก
- ถ้าเสียครึ่ง ยอดเสียจะคิดจากครึ่งหนึ่งของยอดที่เลือก
- ค่าน้ำที่ใช้จริงคือค่าน้ำตอนยืนยันรายการ
ราคา 0.75 ไม่ควรอ่านแค่ตัวเลขแต้มต่อ เพราะค่าน้ำเป็นตัวกำหนดว่าความเสี่ยงที่รับอยู่คุ้มกับผลตอบแทนหรือไม่ โดยเฉพาะฝั่งต่อที่ชนะหนึ่งลูกได้แค่ครึ่ง
0.75 ต่างจาก 0.5 ยังไง ทำไมทีมต่อชนะหนึ่งลูกไม่ได้เต็ม
ราคา 0.5 และ 0.75 ต่างกันตรงผลทีมต่อชนะ 1 ลูก หากต่อ 0.5 แล้วชนะ 1 ลูก จะได้เต็มทันที แต่ถ้าต่อ 0.75 แล้วชนะ 1 ลูก จะได้แค่ครึ่ง เพราะราคา 0.75 มีส่วนหนึ่งเป็นราคาหนึ่งลูกเข้ามาร่วมด้วย
เปรียบเทียบแบบเข้าใจเร็ว
- ต่อ 0.5 ชนะ 1 ลูก = ได้เต็ม
- ต่อ 0.75 ชนะ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
- รอง 0.5 แพ้ 1 ลูก = เสียเต็ม
- รอง 0.75 แพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง
ดังนั้นราคา 0.75 จะกดฝั่งต่อให้ต้องลุ้นชนะขาดมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ให้พื้นที่ฝั่งรองมากขึ้น หากแพ้เพียงหนึ่งลูกยังเสียแค่ครึ่ง
0.75 ต่างจากราคา 1 ลูกยังไง ทำไมทีมต่อชนะหนึ่งลูกยังได้ครึ่ง
ราคา 0.75 และราคา 1 ลูกต่างกันตรงผลทีมต่อชนะ 1 ลูก หากต่อ 1 ลูกแล้วชนะ 1 ลูก จะคืนทุน แต่ถ้าต่อ 0.75 แล้วชนะ 1 ลูก จะได้ครึ่ง เพราะมีส่วนราคา 0.5 ที่ชนะอยู่ครึ่งหนึ่ง
เปรียบเทียบแบบเข้าใจเร็ว
- ต่อ 0.75 ชนะ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
- ต่อ 1 ลูก ชนะ 1 ลูก = คืนทุน
- รอง 0.75 แพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง
- รอง 1 ลูก แพ้ 1 ลูก = คืนทุน
ราคา 0.75 จึงอยู่ระหว่าง 0.5 กับ 1 ลูกอย่างแท้จริง ฝั่งต่อได้ประโยชน์มากกว่าต่อ 1 ลูกเมื่อชนะเฉือน แต่ได้ไม่เต็มเท่าต่อ 0.5 ส่วนฝั่งรองเสียเปรียบกว่ารอง 1 ลูกเมื่อแพ้หนึ่งลูก แต่ดีกว่ารอง 0.5 ที่แพ้หนึ่งลูกแล้วเสียเต็ม
ข้อดีของราคา 0.75 สำหรับคนที่อ่านทีมต่อว่ามีโอกาสชนะมากกว่าปกติ
ราคา 0.75 มีข้อดีสำหรับคนที่อ่านแล้วมองว่าทีมต่อมีภาษีชนะสูงกว่าปกติ เพราะหากทีมต่อชนะ 1 ลูก ยังได้ครึ่ง และถ้าชนะ 2 ลูกขึ้นไปได้เต็ม ทำให้ราคานี้น่าสนใจในเกมที่ทีมต่อเหนือกว่า แต่ยังมีความเสี่ยงชนะเฉือนอยู่บ้าง
ข้อดีของราคา 0.75
- ฝั่งต่อชนะ 1 ลูกยังได้ครึ่ง
- ฝั่งต่อชนะ 2 ลูกได้เต็ม
- ฝั่งรองแพ้ 1 ลูกเสียแค่ครึ่ง
- ใช้อ่านเกมที่ทีมต่อเหนือกว่าแต่ยังไม่ชัวร์ว่าชนะขาด
- ช่วยฝึกดูผลต่างประตู ไม่ใช่ดูแค่ทีมชนะ
ราคานี้เหมาะกับการวิเคราะห์แบบละเอียด เพราะต้องดูทั้งโอกาสชนะและโอกาสชนะขาดร่วมกัน ไม่ใช่เลือกทีมต่อเพียงเพราะดูเหนือกว่าเล็กน้อย
ข้อควรระวังของครึ่งควบลูก ทีมต่อชนะเฉือนอาจได้แค่ครึ่งเดียว
ข้อควรระวังของราคา 0.75 คือฝั่งต่อชนะเฉือน 1 ลูกแล้วไม่ได้เต็ม หากสมาชิกคาดหวังกำไรเต็มจากทีมต่อ ต้องประเมินให้ดีว่าทีมนั้นมีโอกาสชนะ 2 ลูกขึ้นไปมากพอหรือไม่
สิ่งที่ควรระวัง
- ทีมต่อชนะเฉือนบ่อยหรือไม่
- ทีมต่อยิงได้แต่ปิดเกมไม่ขาดหรือเปล่า
- ทีมรองแพ้ยากและเสียประตูน้อยไหม
- ค่าน้ำฝั่งต่อคุ้มกับการลุ้นชนะขาดหรือไม่
- ราคาไหลขึ้นเพราะข้อมูลจริงหรือเพราะกระแส
หากทีมต่อมักชนะเฉือน ราคา 0.75 อาจยังได้กำไรเพียงครึ่งเดียวบ่อยครั้ง สมาชิกจึงควรอ่านสไตล์การชนะของทีมต่อให้ดี ไม่ใช่ดูแค่เปอร์เซ็นต์ชนะ
วิธีตรวจผลราคา 0.75 หลังจบเกม ต้องดูฝั่งที่เลือกและผลต่างประตู
การตรวจผลราคา 0.75 ต้องดู 2 อย่างพร้อมกัน คือฝั่งที่เลือกและผลต่างประตู หากเลือกฝั่งต่อ ต้องดูว่าทีมต่อชนะกี่ลูก หากเลือกรอง ต้องดูว่าทีมรองแพ้กี่ลูก หรือไม่แพ้เลย
ขั้นตอนตรวจผลแบบง่าย
- ตรวจว่ารายการเป็นราคา 0.75
- ดูว่าเลือกฝั่งต่อหรือฝั่งรอง
- ดูผลต่างประตูหลังจบเกม
- ถ้าต่อแล้วชนะ 1 ลูก = ได้ครึ่ง
- ถ้าต่อแล้วชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ได้เต็ม
- ถ้ารองแล้วแพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง
- ถ้ารองแล้วเสมอหรือชนะ = ได้เต็ม
- ตรวจยอดเครดิตหลังระบบอัปเดต
ราคา 0.75 อาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่เมื่อเริ่มตรวจจากผลต่างประตู จะอ่านง่ายขึ้นมาก เพราะทุกผลตัดสินจากระยะห่างของสกอร์เป็นหลัก
ตารางสรุป 0.75 คือ ฝั่งต่อและฝั่งรองได้เสียยังไง
ตารางนี้สรุปเงื่อนไขราคา 0.75 ให้เห็นภาพเร็ว โดยแยกฝั่งต่อและฝั่งรองตามผลการแข่งขัน
| ฝั่งที่เลือก | ผลการแข่งขัน | สถานะรายการ |
| ต่อ 0.75 | ชนะ 2 ลูกขึ้นไป | ได้เต็ม |
| ต่อ 0.75 | ชนะ 1 ลูก | ได้ครึ่ง |
| ต่อ 0.75 | เสมอ | เสียเต็ม |
| ต่อ 0.75 | แพ้ | เสียเต็ม |
| รอง 0.75 | ชนะ | ได้เต็ม |
| รอง 0.75 | เสมอ | ได้เต็ม |
| รอง 0.75 | แพ้ 1 ลูก | เสียครึ่ง |
| รอง 0.75 | แพ้ 2 ลูกขึ้นไป | เสียเต็ม |
จำตารางนี้ให้ได้ จะอ่านราคา 0.75 ได้ง่ายขึ้นมาก เพราะจุดตัดสินอยู่ที่ผลต่าง 1 ลูกและ 2 ลูก โดยเฉพาะฝั่งต่อที่ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เต็ม
ใช้ราคา 0.75 ให้เป็น ช่วยอ่านเกมที่ทีมต่อดูเหนือกว่าแต่ยังไม่ขาด
0.75 คือ ราคาที่เหมาะกับเกมที่ทีมต่อดูเหนือกว่า แต่ยังไม่ถึงขั้นมั่นใจว่าชนะขาดแบบหนึ่งลูกเต็ม ราคานี้บังคับให้สมาชิกอ่านละเอียดกว่าราคา 0.5 เพราะชนะหนึ่งลูกไม่ได้เต็ม และต้องดูโอกาสชนะ 2 ลูกขึ้นไปให้ดี ถ้ามองว่าทีมต่อมีเกมรุกชัด กดคู่แข่งได้ต่อเนื่อง และมีโอกาสชนะขาด ราคา 0.75 ฝั่งต่ออาจน่าสนใจ แต่ถ้ามองว่าทีมรองแพ้ยาก หรือทีมต่อมักชนะเฉือน ฝั่งรอง 0.75 อาจมีมูลค่ามากกว่า เพราะแพ้หนึ่งลูกเสียแค่ครึ่ง และหากเสมอหรือชนะจะได้เต็ม การอ่านราคา 0.75 ให้เป็นจึงช่วยให้สมาชิกไม่หยุดอยู่แค่คำว่าทีมไหนน่าชนะ แต่เริ่มมองลึกถึงสกอร์และระยะห่างของเกม เมื่อเข้าใจจุดนี้ การเลือกคู่บอลในตลาดแต้มต่อจะคมขึ้น และลดความสับสนเรื่องได้ครึ่ง เสียครึ่ง ได้เต็ม หรือเสียเต็มได้ดีมาก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ 0.75 คือ
0.75 คือราคาบอลครึ่งควบลูก หรือราคา 0.5-1 เพราะเป็นราคาที่รวมครึ่งลูกกับหนึ่งลูกไว้ด้วยกัน ฝั่งต่อชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง ชนะ 2 ลูกขึ้นไปได้เต็ม ส่วนฝั่งรองแพ้ 1 ลูกเสียครึ่ง และไม่แพ้จะได้เต็ม
ต่อ 0.75 ชนะหนึ่งลูกได้แค่ครึ่ง เพราะส่วนที่เป็นราคา 0.5 ชนะ แต่ส่วนที่เป็นราคา 1 ลูกคืนทุน หากต้องการได้เต็ม ทีมต่อควรชนะ 2 ลูกขึ้นไป
ต่อ 0.75 ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปถึงได้เต็มตามค่าน้ำ หากชนะเพียง 1 ลูกจะได้ครึ่ง แต่ถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม
รอง 0.75 แพ้หนึ่งลูกเสียแค่ครึ่ง เพราะส่วนที่รอง 0.5 เสีย แต่ส่วนที่รอง 1 ลูกคืนทุน หากทีมรองแพ้ 2 ลูกขึ้นไปจึงเสียเต็ม
0.75 อยู่ระหว่าง 0.5 กับ 1 ลูก ต่อ 0.5 ชนะ 1 ลูกได้เต็ม แต่ต่อ 0.75 ชนะ 1 ลูกได้ครึ่ง ส่วนต่อ 1 ลูกชนะ 1 ลูกคืนทุน จึงต้องดูผลต่างประตูให้ชัดก่อนเลือกฝั่ง